Tag Archives: เกม GTA

GTA V – Grand Theft Auto V ครบรอบ 5 ปีสุดยอดเกม Open-World

Grand Theft Auto V หรือเรียกสั้น ๆ ว่า GTA V หรือเรียกว่าเกมขโมยรถจัดว่าเป็นหนึ่งในซีรี่ย์เกมที่มีมาอย่างยาวนานเป็นที่พูดถึงอยู่ตลอดเวลาและประสบความสำเร็จเกมหนึ่งเลยทีเดียวถึงเนื้อหาเกมจะอุดมไปด้วยความรุนแรงอาชญากรรมมีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศก็ตามแต่ว่ากระแสของมันก็ไม่เคยตกยุคเลย

แต่ทำไมจู่ ๆ เราถึงมาพูดเกี่ยวกับเกม ๆ นี้นั่นก็เพราะตอนนี้มันครบรอบ 5 ปีของ GTA V แล้วล่ะครับดังนั้นเนื่องในโอกาสที่ตัวเกมมีอายุครบ 5 ขวบวันนี้เราก็จะมาดูกันว่าเกมขโมยรถในตำนานนี้มันเริ่มต้นตอนไหนและมาถึงจุด ๆ นี้ต้องเจอกับอะไรบ้าง

Grand Theft Auto ได้เดินทางไปถึงภาคที่ 5 ซึ่งใช้ชื่อว่า Grand Theft Auto V ยังคงเป็นเกม Open-World โลกเปิดมาพร้อมกับโหมดเนื้อเรื่องอันเข้มข้นถึงใจใน Los Santos เมืองที่สมมุติขึ้นแต่ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบมาจากเมือง Los Angeles ในสหรัฐอเมริกาและ Multiplayer Online วางจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 17 กันยายน 2013 บนคอนโซล

เนื้อหาในภาคที่ 5 จะเล่าถึงสามตัวละครหลัก Michael , Franklin และ Trevor ทั้งสามต้องเกี่วยวข้องกันและพัวพันกับแวดวงอาชญากรรมเต็มไปด้วยการผจญภัย บู๊แอ็คชั่นและขโมยรถเพื่อทำภารกิจแต่นอกจากเนื้อหาเกมแล้วระบบการเล่นกราฟิกภาพก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกมเมอร์หลายคนติดใจ

รวมถึงการได้พอร์ตลง PC ในเวลาต่อมาเพิ่มฟังค์ชั่นที่เข้ากับแพลตฟอร์มบวกกับมี Mod เสริมเข้ามาหรือการปรับแต่งภาพบน PC/Notebook ออกมาสวยงามสมจริงทำให้ GTA V เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนขึ้นอันดับท็อปชาร์ตบน Steam อยู่บ่อยครั้งหรืออันดับเกมที่มีผู้เล่นสูงสุด/ยอดขายเราก็จะพบกับ GTA V ติดอันดับอยู่เสมอครับ

ด้วยความนิยมแบบนี้จึงไม่แปลกที่ตัวเกมจะทำยอดขายถึง 800 ล้านเหรียญทันทีเมื่อเกมวางจำหน่ายออกไปแค่วันเดียวและกวาดเงินได้อีก 1 พันล้านเหรียญในอีก 3 วันจนกระทั่งถึงตอนนี้ตัวเกมก็กวาดเงินไปกว่า 6 พันล้านเหรียญ 95 ล้านชุด พร้อม ๆ กับการอัพเดตกิจกรรมใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาให้ผู้เล่นได้ร่วมสนุกกัน

นชุด พร้อม ๆ กับการอัพเดตกิจกรรมใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาให้ผู้เล่นได้ร่วมสนุกกัน

เป็นเรื่องที่น่าแปลกทีเดียวที่เกมมีอายุกว่า 5 ปีแต่ก็ยังนิยมอยู่เหมือนเพิ่งวางจำหน่ายไม่นานผิดกับเกมฟอร์มยักษ์อื่น ๆ มักจะไม่เป็นที่พูดถึงกันแล้วถ้าผ่านเวลาไปนานขนาดนี้แต่กับ GTA V กลับทำได้ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ สามารถเทียบกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ได้อย่างสูสีเลยทีเดียว

ทั้งหมดทั้งมวลคงต้องยกเครดิตให้ทีม Rockstar Games ที่สร้างสรรค์ผลงานสุดยอดนี้ขึ้นมาแม้ว่าจะมีกระแสเสียงบ่นในเรื่องของเนื้อหาอันรุนแรงก็ตามแต่ไม่ว่าอย่างไรเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Grand Theft Auto V เป็นหนึ่งในเกมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแล้วล่ะและในส่วนของภาคต่อที่กำลังลือ ๆ กันก็ต้องมาติดตามกันว่าจะมาในทิศทางไหนกันแน่

ที่มา: ladbible , gta.wikia

ไขปริศนา ทำไม Red Dead Online ไม่นิยมเท่า GTA Online

ไม่มีใครปฏิเสธว่าเกม Red Dead Redemption 2 เป็นหนึ่งในเกมยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี 2018 แต่ไม่ใช่สำหรับเกม Red Dead Online ซึ่งปัจจุบันมีกระแสที่เงียบเหงา ไม่เหมือนกับช่วงประกาศเปิดตัวเป็นครั้งแรก ในขณะที่ GTA Online ยังคงปังต่อเนื่องไม่เสื่อมคลาย

นี่คือบทความ ไขปริศนา ทำไม Red Dead Online ไม่นิยมเท่า GTA Online ซึ่งจะเป็นการคาดการณ์ว่าเหตุอะไร ทำไม Red Dead Online จึงไม่ประสบความสำเร็จ และมีเสียงวิจารณ์ในแง่ผสมจนถึงดี

คิดไอเดียนอกกรอบมากไม่ได้

เนื่องจาก Red Dead Online มีฉากเซตติ้งปี 1899 หรือช่วงที่ประเทศสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ และเทคโนโลยีไม่ล้ำสมัยเท่ากับ GTA Online ทำให้ไอเดียโดนจำกัดกรอบมากมาย เพื่อมิให้ตัวเกมไม่เสียอรรถรส

การนำเสนอเนื้อหาใหม่ ๆ ให้กับ Red Dead Online จึงเป็นเรื่องยาก เพราะทีมงาน Rockstar ไม่สามารถออกแบบเนื้อหาได้บ้าบิ่นเหมือนกับ GTA Online ซึ่งมีของเล่นแหวกแนวมากมาย ตั้งแต่รถยนต์กันกระสุน, มอเตอร์ไซค์ Tron, Jetpack หรืออีเว้นท์ต่าง ๆ ที่นับวันยิ่งหลุดโลกเข้าไปทุกที

หาก Red Dead Online ออกแบบหลุดโลกตามสไตล์ GTA Online จะทำให้หลุดคอนเซ็ปต์เกม Red Dead Redemption ดั้งเดิม และผู้เล่นหลายคนต้องรู้สึกไม่พึงพอใจอย่างแน่นอน

ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายมากที่สุดของทีมงาน Rockstar ว่าจะพัฒนาเกม Red Dead Online อย่างไร ให้ยั่งยืนในระยะยาวนานมากที่สุด

โครงสร้างเกมไม่ต่างจาก GTA Online มากนัก

แม้ว่าการนำเสนอเนื้อเรื่องของ Red Dead Online จะไม่เหมือนกับ GTA Online แต่โดยรวมแล้ว โครงสร้างตัวเกมเพลย์แทบไม่ต่างจาก GTA Online มากนัก

องค์ประกอบของ Red Dead Online โดยรวม มีโหมดเกมคลาสสิกอย่าง Shootout & Team Shootout ซึ่งเป็น Deathmatch กับ Team Deathmatch, Make It Count คือ Last Man Standing ที่มีอาวุธเพียงธนูกับมีดบิน, Most Wanted โหมดล่าค่าหัว, Hostile Territory ที่จะมีอารมณ์คล้ายกับโหมด Capture The Flag ซึ่งทุกโหมดล้วนมีความสนุกท้าทายที่แตกต่างกัน

แต่ส่วนระบบมิชชั่นกับเนื้อเรื่องของ Red Dead Online ไม่ค่อยน่าดึงดูดเท่าที่ควร เพราะตัวเกมยังคงเน้นการ Grind เป็นหลัก เช่นเดิม คือการรับภารกิจจากจุด A ไปถึงจุด B > ทำจุดประสงค์ให้ลุล่วง > ในระหว่างปฏิบัติภารกิจมีอุปสรรค > เดินกลับ > ภารกิจเสร็จสิ้น > รับเงินรางวัล แล้วก็วกวนต่อ ๆ ไป เพื่อให้ได้มีทรัพย์สินเงินที่มากขึ้น

ฉะนั้นโครงสร้างของเกม Red Dead Online จึงไม่ค่อยแตกต่างจาก GTA Online และเกมเมอร์หลายคนบอกว่าระบบเศรษฐกิจของ Red Dead Online ขาดความสมดุลเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้เล่นบางส่วนเริ่มจ่าย Microtransections เพื่อให้ได้เปรียบกว่าผู้เล่นธรรมดา

แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด! Red Dead Online ยังคงเป็นเกมที่เล่นได้อย่างสนุกสนาน หากเล่นกับเพื่อน ๆ ด้วยระบบ Co-op แต่เพราะเกมเมอร์หลายคนต่างคาดหวังว่าเกมจะมีโครงสร้างเกมที่แตกต่างจาก GTA Online ทำให้เกมเมอร์หลายรายจึงค่อนข้างผิดหวัง เพราะแทบจะไม่มีอะไร “ใหม่” เลย

เพราะเกมอยู่ช่วง BETA

นี่อาจเป็นข้อหลักที่ทำให้เกม Red Dead Online ไม่ค่อยบูมเท่าที่ควร เพราะว่าตัวเกมกำลังอยู่ในช่วงทดสอบ BETA เท่านั้น ผู้เล่นอาจมีสิทธิ์พบกับปัญหาด้านทางเทคนิคต่าง ๆ และมีการจำกัดเนื้อหาบางส่วน ซึ่งเกมเมอร์บางคนมีแนวคิดว่าอยากจะเล่นเกมที่ทุกอย่างพร้อมหมดแล้วจริง ๆ

และที่สำคัญที่สุด เกมเพิ่งเปิดบริการมาไม่นาน รวมไปถึงสามารถเล่นผ่านเฉพาะเครื่องคอนโซลเท่านั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่ความนิยมมิอาจต่อสู้เทียบเท่ากัน GTA Online ที่เปิดบริการมานานแล้ว 5 ปี ซึ่งมีฐานผู้เล่นเยอะกว่า

แต่ก็ไม่แน่ว่าหากเกม Red Dead Online หลุดพ้นจากช่วง Beta และเปิดบริการเกมตามปกติ ก็คาดว่าจะมียอดผู้เล่นที่สูงขึ้นเช่นกัน

เกมเมอร์ยังคงดื่มดำไปกับ Singleplayer เยอะกว่า Online

เกมเมอร์หลายคนยังคงสนุกสนานกับโหมด Singleplayer ซึ่งมีเนื้อหาคอนเทนท์มากกว่า Red Dead Online หลายเท่า และเนื่องจากเกมตัวดังกล่าวยังอยู่ขั้นตอนทดลอง BETA

ทำให้ผู้เล่นยังคงหมกตัวกับการเล่นโหมดเนื้อเรื่อง เพราะทุกอย่างมีความพร้อมและมีปริศนาอีกมากมายที่ผู้เล่นยังไม่ค้นพบ ในขณะที่ฝั่งของ Online มีกิจกรรมกับภารกิจให้ทำเพียงน้อยนิด

สรุป

สาเหตุที่ Red Dead Online ไม่ปังเท่าที่ควรเพราะว่า เกมยังไม่พร้อม ตัวเกมยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ซึ่งก็เป็นเหตุผลว่าทำไมตัวเกมกำลังอยู่ช่วงทดลอง BETA อยู่ในขณะนี้

ถึงแม้ว่ากระแส Red Dead Online จะเงียบเหงา และ GTA Online ยังคงรักษาฐานผู้เล่นต่อไป แต่ก็หวังว่า Red Dead Online จะสามารถกู้คืนชื่อเสียงกลับมาอีกครั้ง หลังจากพ้นช่วง Beta ที่ทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมแล้ว

ขอบคุณที่มา:www.gamingdose.com

ย้อนรอย Grand Theft Auto Vice City กับเมืองแห่งแสงสีและความรุนแรงแห่งยุค 80

ถ้าพูดถึง GTA หรือ Grand Theft Auto ที่ผู้เล่นทั่วโลกชื่นชอบกันมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นภาค San Andreas หรือภาค V ที่เป็นภาคล่าสุด ด้วยการที่ตัวเกมมีอะไรให้ทำมากมายทั้งภารกิจหลักภารกิจย่อย แถมพัฒนาตัวละครให้แกร่งขึ้นได้จากระบบการเล่นแบบกึ่ง RPG แต่ก็ยังมี GTA อยู่อีกภาคหนึ่งที่มีเอกลักษณ์สูงมาก เป็นภาคที่มีบรรยากาศแตกต่าง น่าหลงใหลในสไตล์ย้อนยุค แน่นอนว่าจะเป็นภาคไหนไปไม่ได้นอกจากภาค Vice City นั่นเอง

ย้อนอดีตไปในปี 2001 Grand Theft Auto III สร้างปรากฏการณ์กลายเป็นเกม Action แบบ Open World สามมิติที่ประสบความสำเร็จที่สุดแห่งยุค เพราะถือเป็นเกมที่เปิดอิสระให้กับผู้เล่นให้ทำอะไรก่อนก็ได้ จะรับภารกิจเสริมที่มีอยู่เพียบ ลุยแต่ภารกิจหลัก หรือจะไม่ทำอะไรเลย เกรียนไปวัน ๆ ในเกมก็ได้หมด ทำให้มันเป็นเกมที่แหวกแนวและตื่นตาตื่นใจมากในยุคนั้น และอีกหนึ่งปีต่อมา ภาคต่อที่หลายคนรอคอยก็มาถึง และก็มาในธีมที่หลายคนชื่นชอบในชื่อว่า Vice City


Vice City เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1986 ย้อนอดีตจากภาคที่สามไปหลายสิบปี Tommy Vercetti อดีตสมาชิกผู้ภักดีของตระกูล Forelli ได้รับอิสรภาพหลังจากที่ติดคุกอยู่นานถึง 15 ปี แต่เนื่องจากหัวหน้าของตระกูลอย่าง Sonny เห็นว่า Tommy เป็นภัยและตั้งตัวเป็นใหญ่ในภายหลัง จึงออกอุบายให้ Tommy เดินทางไปยัง Vice City เพื่อเป็นนายหน้าซื้อโคเคนให้กับตระกูล เมื่อ Tommy ไปถึงและการเจรจากำลังไปด้วยดี กลุ่มติดอาวุธก็เข้ามาลอบโจมตี เอาของและเงินไปจนหมด Tommy ที่หนีรอดมาได้จึงเริ่มลงมือวางแผนเพื่อเอาตัวรอดและแพร่ขยายอำนาจในเมืองแห่งแสงสีแห่งนี้ และการสร้างตำนานของเขาด้วยฝีมือของผู้เล่นก็ได้เริ่มต้นขึ้น

GTA Vice City นั้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นภาคต่อได้ไม่เต็มปากนัก เพราะเรื่องราวในเกมไม่ได้ต่อเนื่องจากภาคสามใน Liberty City แถมยังย้อนอดีตไปไกลถึงยุค 80 เลยทีเดียว แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาและช่วยให้เกมมีความเข้มข้นขึ้นมาอย่างใหญ่หลวงคือการกำกับ Cut Scene ในเกมที่เริ่มความเป็นภาพยนตร์มากขึ้น และเสียงพากย์ของตัวละครในเกมก็ได้ดาราชื่อดังมากมายในยุคนั้นอย่าง Ray Liotta (Goodfellas), Danny Trejo (From Dusk Till Dawn), Burt Raynolds (Boogie Night) และท่านอื่น ๆ อีกมากมาย จนน่าจะเรียกได้ว่าเป็นภาคที่มีดาราระดับแม่เหล็กหลายคนมาร่วมงานกันมากที่สุดภาคหนึ่งเลยทีเดียว

สิ่งที่ทำให้ Vice City โดดเด่นก็คือการสร้างเมืองที่จำลองมาจาก Miami ในยุค 80 ได้อย่างไร้ที่ติ ทั้งการเลือกเพลงที่อยู่ในสถานีวิทยุอย่างพิถีพิถัน ฉากและบรรยากาศที่ยกมาจากภาพยนตร์ในยุคนั้นอย่างแนบเนียน รวมไปถึงเนื้อเรื่องแนวหักเหลี่ยมโหดสไตล์เจ้าพ่ออย่าง Scarface และ Goodfellas ที่ผสมรวมกันอย่างลงตัว เรียกได้ว่าภาคนี้เป็นภาคที่มีการดำเนินเนื้อเรื่องที่น่าติดตามมากภาคหนึ่งของซีรีส์จริง ๆ

ส่วนพัฒนาการของเกมเมื่อเทียบกับภาคที่แล้ว Vice City จัดว่ามีพัฒนาการที่เด่นชัดกว่าเดิม ภารกิจในเกมเริ่มเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายขึ้นกว่าภาคเก่า กราฟฟิกก็พัฒนาขึ้น แม้ในสมัยเครื่อง PlayStation 2 จะมีเฟรมเรทแค่ 30 เฟรมและภาพค่อนข้างมัว แต่ก็ถือว่าสวยงามและพัฒนาในด้านแสงเงามากขึ้นกว่าเก่า ยานพาหนะที่มีให้ขับก็มีตัวเลือกมากขึ้น ทั้งมอเตอร์ไซด์ เฮลิคอปเตอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย และนอกจากนั้นเงินในเกมก็มีค่ามากขึ้น เพราะเราสามารถนำมันไปซื้อธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ มาครอบครองได้ ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ก็มีภารกิจให้เล่นเพื่อสร้างรายได้ที่มากขึ้นไปด้วยเช่นกัน และที่สำคัญที่คือภารกิจทั้งหลายที่ซ่อนอยู่อย่างมากมาย ทั้งการขับรถแท็กซี่ พยาบาล ตำรวจ หรือ Rampage ฆ่าศัตรูให้ครบภายในเวลาที่กำหนดด้วยอาวุธที่ให้มา และอีกสารพัดอย่างให้ผู้เล่นสนุกไม่รู้เบื่อกว่าจะครบ 100% เลยทีเดียว

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องดี ๆ ให้ผู้เล่นได้จดจำกัน Vice City เป็นภาคที่เรียกได้ว่ามีภารกิจที่ยากระดับอยากสาปแช่งคนออกแบบภารกิจอยู่หลายชิ้นทีเดียว ที่หลายคนจำได้ก็คือ Demolition Man ที่ผู้เล่นจะต้องควบคุมเฮลิคอปเตอร์ของเล่นไปวางระเบิดในตึกที่กำลังก่อสร้างอยู่ และเจ้าฮอฯ จิ๋วลำนี้ก็ไร้ซึ่งความคล่องตัว กว่าจะหันกว่าจะเหินก็ช้าอืดอาดเหลือเกิน และที่โหดร้ายคือเกมให้เวลาคุณมาแค่ 7 นาทีเพื่อวางระเบิดให้ครบทั้งสี่ลูก และภารกิจก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีสัญญาณใด ๆ ที่ผู้เล่นจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ และที่ชวนหัวร้อนคือ มันเป็นภารกิจบังคับที่จำเป็นต้องผ่านเพื่อดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปด้วย เรียกว่าตอนนั้นทุกคนที่เล่นไปถึงแล้วน่าจะต้องติดอยู่ที่ฉากนี้หลายวันเลยทีเดียว (และอย่าลืมภารกิจขับเครื่องบิน Dodo แจกโปสเตอร์ด้วย โหดร้ายไม่แพ้กันแน่นอน)

แม้จะมีส่วนที่ชวนรำคาญใจและน่าหงุดหงิด แต่ GTA Vice City ถือเป็นเกมที่แสดงให้เราเห็นว่าวิดีโอเกมได้ก้าวไปสู่คำว่า ”บรรลุนิติภาวะ” แล้วอย่างสมบูรณ์ มันคือความสนุกของคนที่ผ่านโลกมาพอสมควรแล้วจะซึมซับมันได้อย่างเต็มที่ และแสดงให้เห็นว่าเกมนี้มีดีมากกว่าแค่การเกรียนชาวบ้านฆ่าคนไปวัน ๆ ยกระดับการเล่าเรื่องในแบบภาพยนตร์ของเกมแอคชั่นให้เด่นชัดขึ้นไปอีก และด้วยความนิยมของมันทำให้ทาง Rockstar ได้เข็นภาค Vice City Story ลงในระบบ PSP เพิ่มเติมอีกด้วย ใครที่ยังไม่เคยเล่น ตอนนี้ก็น่าจะยังหาเวอร์ชั่น Steam และบนมือถือเล่นได้ไม่ยาก แม้เวลาจะผ่านมานาน แต่นี่คือ GTA ภาคที่ดีที่สุดอีกภาคหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอนครับ

ที่มา:www.gamingdose.com

ผู้สร้าง GTA V เผย ตัวเกมยังมีเนื้อหารอให้เล่นเพิ่มอีกเพียบ

GTA V กำลังจะอายุครบห้าปี แต่ดูเหมือนทาง Rockstar จะยังมีไอเดียสานต่อไปได้อีก

ไม่มีใครปฏิเสธว่า Grand Theft Auto V คือหนึ่งในเกมที่ขายดีที่สุดในทศวรรตนี้ แม้จะวางจำหน่ายมานานกว่าห้าปี แต่ยอดขายก็แรงอย่างต่อเนื่อง และยังคงติดอันดับเกมที่ขายดีที่สุดบน Steam ไปแบบไร้ข้อกังขา และในเมื่อเกมกำลังจะอายุครบห้าปี อาจจะมีคนสงสัยว่า Rockstar จะยังคงมีอะไรใหม่ ๆ อัพเดตให้กับตัวเกมอีกหรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือยังคงมีอยู่ครับ

เวปไซด์ Business Insider ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณ Strauss Zelnick CEO ของ Take-Two Interactive ผ่านทางโทรศัพท์เกี่ยวกับความสำเร็จของเกม GTA V ที่ทำยอดขายไปได้ถึง 100 ล้านชุด และยังคงขายได้เรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้

“จะว่าอย่างไรดีครับ เราปลื้มปิติมาก ๆ กับหุ้นส่วนของเราอย่าง Rockstar Games สำหรับความสำเร็จในการสร้างสรรค์อันน่าทึ่งนี้ และรวมไปถึงทีมการตลาด ผู้จัดจำหน่ายทั้งแบบแผ่นและดิจิทัลด้วยครับ”

“เราไม่เคยนึกมาก่อนว่าเราจะสามารถขายอะไรที่มันทำยอดไปได้ถึง 100 ล้านชุดแล้วยังจำหน่ายได้อีกเรื่อย ๆ แบบนี้”

และหลังจากการอัพเดต After Hours ที่เพิ่งมีไปก็เป็นการดึงดูดให้ผู้เล่นกลับไปเล่นอยู่เสมอ ๆ และทาง Rockstars กับ Take-Two ก็ยังมีเนื้อหาใหม่ ๆ ที่จะอัพเดตเพิ่มให้กับเกมนี้เข้าไปอีกเรื่อย ๆ ซึ่งจากข้อมูลที่ทาง Rockstar Games และ Take-Two มี ก็ยังคงมีผู้เล่นจำนวนที่มากพอที่จะผลักดันให้เกิดเนื้อเสริมใหม่ ๆ เข้าไปอีกได้

ที่มา:www.gamingdose.com

GTA 6 อาจกำลังพัฒนา กล่าวโดยอดีตพนักงาน Rockstar

หลังจากปิดโปรเจกต์ไปแล้วสำหรับเกม Red Dead Redemption 2 ทีนี้ก็ถึงตาของ Grand Theft Auto ภาคใหม่บ้าง ? ล่าสุดมีข่าวลือว่าอดีตทีมงาน Rockstar Games ระบุผ่านใบสมัครงานว่า Grand Theft Auto 6 กำลังพัฒนา

อ้างอิงจาก DsoGaming รายงานว่ามีอดีตพนักงาน Rockstar Games คนหนึ่ง ยื่นใบสมัครงานกับบริษัทเกมแห่งหนึ่ง ซึ่งระบุคุณสมบัติว่ามีส่วนร่วมในการพัฒนาเกม Grand Theft Auto 6 ที่จะออกมาในเร็ว ๆ นี้

ข้อมูลดังกล่าวหลุดโดยคุณ ApolloThunder แห่ง GTAForums – ใบสมัครงานแผ่นนี้ระบุชื่อว่าคุณ Bibin Michael เป็นนักสร้างโมเดล 3D ที่เคยสังกัดบริษัทเกมอย่าง Codemaster Games กับ Rockstar Games

มีจุดน่าสังเกตว่าชื่อ “Bibin Michael” ขึ้นท้ายเครดิตเกม Red Dead Redemption 2 อีกด้วย

*ภาพจากเว็บไซต์ DsoGaming

ถึงแม้ข้อมูลดังกล่าวจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเกม Grand Theft Auto 6 แต่ก็ถือว่าเป็นข่าวหลุดที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือพอสมควร อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าทีมงาน Rockstar Games อาจไม่ประกาศเปิดตัวเกมซีรีส์ GTA ภาคใหม่ในเร็ว ๆ นี้ อย่างแน่นอนครับ

ที่มา:www.gamingdose.com

รับบทเป็น Toni ตะลุย Liberty City ในมอดล่าสุดของ GTA San Andreas

Grand Theft Auto ภาค San Andreas เป็นหนึ่งในภาคที่ประสบความสำเร็จของซีรี่ส์ GTA ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย คำวิจารณ์และครองใจคนเล่นมากอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปัจจุบันก็ยังคงแฟนพันธ์ุแท้สร้าง Mod ให้กับเกมนี้เสมอ

ทีมงาน The Royal Game Army Ranger Studio ได้ประกาศปล่อยตัวเต็มของ Grand Theft Auto Liberty City Stories PC Edition ซึ่งเป็น Mod ของเกม GTA ภาค San Andreas ที่เดิมเกม GTA CLiberty City Stories เป็นเกมสำหรับเครื่อง PSP และ PS2 มาก่อนและไม่เคยลงให้กับเครื่อง PC เลย แต่ทีม ๆ นี้ก็สามารถสร้าง Mod ที่ใกล้เคียงกับเกมจริง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ รวมทั้งเนื้อเรื่องที่

Grand Theft Auto Liberty City Stories ภาคแยกของเกม GTA 3 ที่เนื้อเรื่องเล่าถึง Toni Cipriani หลังจากที่หนีคดีฆ่าคนมา 4 ปีในที่สุดเขาก็กลับมายัง Liberty City เขารู้สึกผิดหวังที่ต้องทำงานภายใต้คำสั่งของ Leone ทำให้เขาหาทางที่จะเป็นใหญ่ด้วยตัวเอง

ที่มา:www.gamingdose.com

ผู้ก่อตั้ง Rockstar บอกยังไม่มีไอเดียทำเกม GTA ภาค 6 ตอนนี้ขอทำเกมย้อนยุคดีกว่า

ช่วงนี้ค่าย Rockstar มีเกมใหญ่วางขายคือ Red Dead Redemption 2 ภาคต่อของเกมคาวบอยแนวโอเพนเวิลด์ที่ออกในปี 2010 (แต่ภาค 2 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนภาคแรก) ทำให้ผู้บริหารของ Rockstar ออกมาให้สัมภาษณ์ค่อนข้างเยอะ

ประเด็นที่น่าสนใจคือ Dan Houser ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Rockstar และเป็นหนึ่งในผู้เขียนบทหลักของ Red Dead Redemption ให้สัมภาษณ์กับ GQ UK ถึงเกม Grand Theft Auto 6 ที่หลายคนรอคอยด้วย

Houser บอกว่า Rockstar ยังไม่มีแผนออก GTA6 ในเร็วๆ นี้เพราะบริษัทเองก็ไม่มีไอเดียว่าจะสร้างเกมอย่างไร โดยเฉพาะในยุคที่สหรัฐอเมริกามีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างมาก แนวคิดทั้งสองฝ่ายการเมือง (เสรีนิยม/อนุรักษ์นิยม) ก็สุดโต่งมาก การทำเกมที่เสียดสีแนวคิดเหล่านี้เป็นเรื่องยาก แถมทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก มุขหรือประเด็นใน GTA6 จะล้าสมัยภายใน 2 นาทีที่เกมวางขาย

เขาจึงบอกว่าการที่ Rockstar ออกเกมแนวย้อนยุคอย่าง Red Dead Redemption 2 จึงง่ายกว่ามากในแง่นี้ เพราะไม่ต้องยุ่งกับสถานการณ์ในโลกยุคปัจจุบัน

ที่มา GQ

GTA Vice City

“คุณชอบภาพยนตร์เรื่อง Scarface, Carlito’s Way และทีวีโชว์อย่าง Miami Vice? ถ้างั้นคุณต้องชอบเกมนี้แน่นอน!” – Duke_Nukem

“เกมนี้ดีกว่า GTA 3 ถึง 10 เท่า คุณสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ ซื้อบ้านได้มากกว่านี้ และมีมอร์เตอร์ไซค์ให้ขับอีกด้วย แต่ปัญหาในโลกมีเพียงอย่างเดียวคือคุณว่ายน้ำไม่ได้” – DamianM.

“นี่อาจะเป็นหนึ่งในเกมดีที่สุดและดีกว่า GTA3  ไม่ใช่เพียงแค่เกมใช้เวลาเล่นเกมจบนาน 60 ชั่วโมงอย่างเดียว แต่นับรวมถึงเวลาที่คุณเที่ยวเตร่ไปทั่วเมืองอีก 50 ชั่วโมง ให้ตายสิช่างเป็นเกมดีซะจริง ๆ”- J.Palm

หากใครชื่นชอบหรือเคยผ่านการชมภาพยนตร์มาเฟียในยุค ’80 อย่างเช่น Scarface คุณจะเข้าใจทันทีว่า GTA Vice City ได้นำเนื้อหาอ้างอิงมาจากภาพยนตร์ประเภทอาชญกรรมมาเฟียหลายเรื่องมายำอยู่ในเกมเดียวกัน

จุดเด่นของเกม GTA Vice City คือเป็นเกม GTA ภาคแรกที่ตัวละครเอก Tommy Vercitti สามารถสื่อสารพูดคุยกับ NPC และเพลงประกอบสุดฮิตในยุค ’80 ที่ทีมงานได้ขนมาให้ผู้เล่นได้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเพลงประเภทดิสโก้ เมทัล หรือเพลงป็อป ที่รุ่นพ่อแม่ยังเป็นหนุ่มสาวเคยชื่นชอบมาก่อน

แม้เนื้อเรื่องเป็นจะเป็นแนวอาชญากรรมมาเฟียค้ายาทั่วไป แต่ด้วยเสียงพากย์ของตัวละครได้ผ่านการคัดสรรอย่างดี จึงทำให้ผู้เล่นสามารถเอนจอยกับโหมดเนื้อเรื่องของเกมตั้งแต่ต้นจนจบเกม

GTA IV

“นี่อาจเป็นเกมที่ดีที่สุดเท่าที่ทีมงานสามารถนำเสนอได้ เกมเพลย์สนุกอย่างเหลือเชื่อที่เพียงแค่ระบบฟิสิกส์อย่างเดียวก็สามารถทำให้คุณเอนเตอร์เทนได้ การยิงปืนรู้สึกสมจริงและหนักแน่นมาก ส่วนเนื้อเรื่อง เพลงประกอบ บรรยากาศเมืองได้ผ่านคราฟมาอย่างดีจนคิดว่าเมือง Liberty City มีอยู่บนโลกจริง ระบบ Multiplayer ก็สนุกใช้ได้หากคุณไม่มีอะไรให้ทำใน Singleplayer” – Michelmast

“GTA 4 เป็นการก้าวกระโดดของซีรี่ส์ที่ได้เปลี่ยนรูปแบบภาพกราฟิกและเกมเพลย์โดยไม่ต้องบูชายัญความสนุกดั้งเดิมของซีรี่ส์ และโลกภายในเกมน่าค้นหารวมไปถึงตัวละครและเนื้อเรื่อง แม้ว่าเกม GTA 5 จะเฉิดฉายสว่างกว่า แต่ผมยกย่องว่าเป็นเกมที่ทำให้ GTA มาถึงทุกวันนี้” – Jack97

“เนื้อเรื่องของเกมนี้จัดว่าแจ่มมาก ผมคิดว่าไม่มีเกมเมอร์คนไหนที่ไม่รู้จักตัวละครชื่อว่า ‘Niko Bellic’ ตัวเกมสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของ Niko ให้ผู้เล่นรู้สึกเชื่อมต่อกับตัวเกม ทำให้ตัวละครเอกของเกมนี้เป็นที่น่าจดจำในบรรดา GTA ทั้งมวล” – TheHumbleGamer

บอกตามตรงเลยว่าสมัยเด็ก ๆ ผู้เขียนไม่ชอบเกม GTA IV เพราะยังติดภาพลักษณ์ว่าภาคนี้จะต้องเหนือกว่า GTA San Andreas (กลับกลายเป็นเกมแนวก่ออาชญากรรมซิมูเลเตอร์ซะอย่างงั้น) แต่เมื่อผู้เขียนโตขึ้น เริ่มเสพเนื้อเรื่องแบบจริงจังมากขึ้น มุมมองที่มีต่อเกม GTA IV ได้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

GTA IV จะเป็นเกมที่ผู้เล่นสายเนื้อเรื่องต้องหลงรักแบบสุดใจ เพราะเนื้อเรื่องของ GTA IV มีความสมจริงมากที่สุดในซีรี่ส์ ทั้งหมดเป็นเพราะ Niko Bellic เป็นตัวละครเอกที่มีความคิดเป็นมนุษย์ และซับซ้อนกว่าตัวละครเอกของ GTA ทุกภาค

นอกจากนี้ GTA IV เป็นเกมแรกของซีรี่ส์ที่ใช้ขุมพลัง RAGE Engine ซึ่งพัฒนาโดย Rockstar Games ทำให้ภาพกราฟิกในเกมมีฟิสิกส์สมจริงเป็นธรรมชาติและมีความสวยงามที่ยังไม่ตกยุค

แต่ข้อเสียร้ายแรงของเกม GTA IV ต้องหนีไม่พ้นเรื่องของการออกแบบมิชชั่นสุดซ้ำซาก และประสิทธิภาพของเกมใช้งานหนักเกินไป จนทำให้เกมเมอร์หลายคนต้องบ่นเรื่องปัญหาเกมกระตุกและเกมเด้งตลอดเวลาในช่วงที่เกมได้ปล่อยออกจำหน่ายในช่วงสัปดาห์แรก

GTA III

“สำหรับคนที่มองว่าเกมนี้เป็นเกมแย่: แน่นอน ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับ GTA III ในตอนนี้คือ “เวลา” ภาพกราฟิกมันแย่มากหากเทียบกับมาตรฐานเกมในปัจจุบัน, AI ก็หง่อยเหมือนกัน แต่ในช่วง GTA III ที่เปิดตัวครั้งแรก เกมนี้เป็นนวัตกรรมและเกมสนุกสนานเพียงแค่วิ่งไปทั่วเมืองแล้วได้หกดาว มันเป็นเกมยอดเยี่ยมสำหรับปี 2001″ – MAINEiac4434

“เป็นสุดยอดมหากาพย์เกม PlayStation 2 ที่คุณสามารถหาความสนุกได้อย่างไม่รู้จบ มิชชั่นสนุกและภาพกราฟิกสวยในช่วงนั้น ถ้าอยากผมบ่นก็คงเป็นเรื่องของโมเดลตัวละครดูตลกไปนิด” – highlifewest

“นี่คือเกมที่ผู้เล่นสามารถกลับมาเล่นตอนไหนก็ได้เท่าที่คุณอยากทำ คุณต้องเป็นบ้าแน่ ๆ หากไม่ชอบเกมนี้ เกมนี้มันสนุกเพราะคุณสามารถทำอะไรก็ได้ในเกมนี้ ไม่ว่าจะเล่น Free Roaming ทั่ว Liberty City หรือเล่นมิชชั่น” – Zilcell

การปรากฏตัวครั้งแรกของเกม GTA III ได้สร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างมากในช่วงยุค ’00 เพราะเกมได้ก้าวกระโดดจากภาพกราฟิก 2D มุมกล้อง Bird-Eye View กลายเป็นรูปแบบ 3D Polygon มุมกล้องติดดิน และเป็นภาคแรกที่ตัวละครมีเสียงพากย์ (ยกเว้นตัวละครเอกชื่อ Claude ที่เป็นใบ้ตลอดทั้งเกม)

ในขณะที่ GTA III เป็นเกมแรกได้เข้ายุค 3D Universe แต่ผู้เขียนรู้สึกอินน้อยสุด เพราะเกมค่อนข้างล้าสมัยเทียบกับเกม GTA ภาคใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเกม GTA III จะเป็นเกมธรรมดาทั่วไป เพราะรูปแบบเกมเพลย์ยังคงสนุกในสไตล์ GTA ดั้งเดิมอยู่ครบ ซึ่งผู้เล่นสามารถย้อนกลับมาเล่น GTA III เพื่อแก้เบื่อยามไม่มีเกมให้เล่นหลงเหลือ